..
..
..
อ่า.. งงละสิ 2 เรื่องนี้มาเกี่ยวกันได้ไง?
วันนี้จะอัพถึง 2 เรื่องที่ประทับใจในช่วงนี้..
..
เร็วๆนี้.. ผมเพิ่งได้มีเวลามาฟัง
THE MARROW OF A BONE แบบเต็มๆ
...แล้วยิ่งฟังก็ยิ่งชอบคับ ให้ 5 ดาวเลย
อืม..ไม่รู้ว่าคนอื่นจะมีความเห็นยังไงนะคับ แต่ส่วนตัวสำหรับผมแล้ว
ผมรู้สึกว่า Album นี้นั้น
เป็น..
masterpiece ของ Dir en grey
..
ในรอบ 10 ปีนี้เลยทีเดียว..
.
แนวทางดูเปลี่ยนไป แต่มันคือพัฒนาการที่เห็นได้อย่างเด่นชัดเลยคับ
..
ขอพูดถึงRyoujoku no ame และ Clever sleazoid (Album version)
ผมว่าจะดูดิบๆมากกว่าที่เป็น Single version
( แต่ผมชอบการ Mixของเก่ามากกว่านะ..
คุยกับคุณปอกันว่า มันฟังดูไม่ค่อย smooth เท่าไหร่)
Ryoujoku ร้องออกจะชัดถ้อยชัดคำมากขึ้น
กับแบบเดิมที่จะฟังดู หวนหา ได้ฟีลมากกว่า
Clever sleazoid ร้องโหดขึ้นกว่าเดิมมาก
ยิ่งกับเสียงคอรัสของคาโอรุยิ่งดูดิบๆน่าฟัง
แล้วก็การกัดปิ๊กที่มาถี่เหลือเกิน
(แต่อันนี้คงถูกใจคุณอ้นเขาล่ะ)
CONCEIVED SORROWกับ track แรกของ Album
เปิดด้วยเพลงนี้นี่.. ถูกใจเลย
คราวนี้เคียวมีเทคนิคใหม่ๆในการร้องมาเพียบ โดยเฉพาะเพลงนี้
เคียวใช้เสียงที่สูงมาก สุดยอดจริงๆ และ key changing ที่ไวมาก
การใช้ head tone และดึงกล่องเสียงลงมาสำรอก ในหลายๆเพลง
รวมถึงการสำรอกที่ ดุและดิบ ขึ้น
โอ้ว....สุดยอดจริงๆคับ
และกับ 3 track สุดท้ายที่เป็น Unplugged Disc
ก็เลือกเพลงที่โชว์พาวของเสียงเคียวได้ลึกซึ้งจริงๆฟังแล้วให้ฟีล
หลอนจิต หวนไห้ อาลัยอาวรณ์ แต่ก็สวยงามแบบสุดๆไปเลยล่ะคับ
ถ้าถามว่าแล้วจุดที่ติล่ะ? มีแต่ชม...
แหม...ผมก็บอกแล้วไงว่าให้ 5 ดาว เลย ก็ชอบมากน่ะคับ
อืม..
.....
........
แต่มันก็มีบางเพลงนะ ที่ขึ้นมา ผมนึกว่า Obscure (ฮา)
ลองฟังกันดูคับ ว่าคิดเหมือนกันป่าว? 555+
..
..
--------------------
...
ส่วนอีกเรื่องนึง..
ผมได้ไปดูหนังเรื่อง
ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง [Curse of the Gloden Flower] มา
มี 2 สาเหตุที่ไปดูคือ 1.ผมชอบกงลี่มาก
2.หนังเรื่องนี้เป็นงานของจางอี้โหมว (ผู้กำกับ)
แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ ด้วย ฉาก เนื้อเรื่อง การดำเนินเรื่อง
การคัดเลือกนักแสดง เครื่องแต่งกาย ประทับใจไปทุกอย่างเลยครับ
ชุดของ 2 คนนี้ใช้ช่างร่วม 40 คน
และใช้เวลาตัดเย็บร่วม 2 เดือนเลยทีเดียว
ว่าแต่ทำไมสาวๆต้องดันนมขึ้นมาขนาดนั้นเนี่ย??
มาตรฐานหนังของจางอี้โหมว ยังรักษาระดับไว้อย่างดี
ถึงแม้ว่าพลอตเรื่องจะอ่อนไปนิดถ้าเทียบกับ Hero
แต่หนังเรื่องนี้ได้ตรงที่ อลังการงานสร้าง
และเนื้อหาที่โดนใจผมเหลือเกิน
เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ประทับใจในรอบหลายปีเลยทีเดียว ^^
.
เอาเป็นว่าไม่เล่าเนื้อเรื่องดีกว่า
จะเล่าถึงความประทับใจในหนังเรื่องนี้..
..
ผมเองชื่นชอบกงลี่มานานมากแล้ว
แต่ยอมรับว่าตอนนี้เดินเข้าไปดูหนังเรื่องนี้นั้น
ผมกลับคิดว่าทำไมถึงไม่เป็นจางซิยี่
เพราะตอนนี้เธอกำลังขายดี ถึงขนาดในเรื่องเกอิชา มีมิเชล โหย่ว
กับกงลี่ มาเป็น guest เสริมให้เด่นขนาดนั้น
แต่หลังจากออกมาจากโรงแล้ว ผมก็เข้าใจเลยคับว่า
บทนี้ในเรื่องนี้จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากเธอคนนี้ ...
กงลี่ คับ
..
..
ส่วนโจว เหวิน ฟะ คนนี้ไม่ต้องห่วง ทั้งสีหน้าและแววตา
โดยในฉากที่เฆี่ยนลูกชายคนเล็กนั้น สื่อได้เลยคับว่า
ตอนนั้น ฮ่องเต้รู้สึกอย่างไร? (ต้องไปดูเอง)
มันมีทั้งความชิงชัง ความสงสาร ความเจ็บแค้น และการสั่งสอนลูก
..
..
และคนนี้....เจย์โชว์
เรื่องนี้ทำให้ผมชอบเจย์โชว์ขึ้นมาทันที
ด้วยตัวบทและฝีมือการแสดงของเขา
ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ร้องกับเต้นนะคับ เรื่องนี้ถือว่าแจ้งเกิดได้เลย
ไม่ธรรมดาคับ เท่ห์มากๆ บทส่งเหลือเกิน
ถึงจะไว้หนวดแล้วแปลกๆก็เถอะนะ
ผู้ชายธรรมดาคนนี้ เจย์คนนี้..
พออยู่ในหนังเรื่องนี้แล้วดูยิ่งใหญ่ และมีพลังเอามากๆเลยคับ
ถึงแม้ว่าในโปสเตอร์บางประเทศจะไม่มีชื่อของเจย์ ขึ้นเป็นนักแสดงนำ
นัยว่า... ยังไม่สากลพอ ที่จะเรียกคนดูได้
เมื่อเทียบกับ โจวเหวินฟะ หรือ กงลี่ ก็เถอะนะ
อย่างอันนี้มาแค่หลัง....เป็นต้น
.
แต่ก็..สู้ต่อไป ไอ้มดเจย์....!!
อันนี้ของ ฝรั่งเศส
.
-----------
Special Thanks :
Curse of the Golden Flower : Pix [Siam Zone.com]
Curse of the Golden Flower : Pix [Chaiyo.com]
คับผม....
และ มเหสี...ช่วยข้าเรื่องรูป
กับ สนม..ช่วยยืนยันภาษา *ยิ้มหวาน*
ขอบคุณคร้าบบบ..... ^^
.
และพอดูจบ ผมก็ได้ข้อคิดมาอย่างหนึ่งว่า..
..
"ความรัก เป็นสิ่งยิ่งใหญ่ แต่ต้องใช้ให้ถูกทาง"
...
..
..
..
..
..
แฮปปี้ วาเลนไทน์ คับ..
.
.
.
.
.